ส่องเศรษฐกิจไทย ปี 68 “เสี่ยงหรือท้าทาย”
เศรษฐกิจไทยปี 2568 รุ่งหรือร่วง เสี่ยงหรือท้าทาย มีแรงหนุน มีแรงฉุด ตรงไหน วันนี้รวบรวมจากหลากหลายมุมมองมาบอกกัน เพื่อตั้งรับ รับมือ พร้อมในทุกๆ สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ใน Money Trick
ปี 2568 เป็นปีที่หลายคนอาจต้องเตรียมรับมือ เพื่อเจอกับหลายๆ ปัจจัย และหลายๆ ความท้าทาย เริ่มกันที่มุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง.ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.25% ต่อปี ในการประชุมนัดสุดท้าย 18 ธ.ค.2567 ซึ่งมีมุมมองต่อเศรษฐกิจปี 2568 ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัว 2.9% เป็นการปรับลดลงจากคาดการณ์เดิมเมื่อเดือน ต.ค. ตอนนั้นคาดว่าจะอยู่ที่ 3%
สาเหตุที่ กนง. ลดคาดการณ์การเติบโตนี้ เพราะความเสี่ยงของเศรษฐกิจในปีหน้ามีมากขึ้นจากความไม่แน่นอนสูงขึ้น ซึ่งมีทั้งการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจการเงินของประเทศหลัก ทั้งการกู้เงินเพิ่ม การกีดกันทางการค้า ซึ่งอาจจะมีตัวแปรต่าง ๆ ที่มากระทบกับไทยและใช่ค่ะ ปี 2568 คือปีของการทำงานในรัฐบาล โดนัลล์ ทรัมป์ ที่กลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้ง
มาฝั่งเอกชนบ้าง หอการค้าไทย มองว่าทรัมป์จะไม่ออกมาตรการที่รุนแรง ที่กังวลกันอย่างกำแพงภาษีนำเข้า ถ้าขึ้นของไทย 10% พอได้ แต่ถ้าเกินกว่านี้เกิดสงครามการค้าแน่นอน และจะมีผลถึงการส่งออกของไทย ฝั่งเศรษฐกิจจีนโต มีนโยบายการเงินผ่อนคลาย ยุโรปฟื้น และมองว่าธนาคารกลางทชั่วโลกจะลดดอกเบี้ย ซึ่งล่าสุดเฟดลด 0.25% วันที่ 19 ธ.ค. และส่งสัญญาณจะลด 2 ครั้งในปี 2568
ในประเทศการท่องเที่ยวปี 68 คาดว่าจะถึง 40 ล้านคน ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจ การจับจ่ายช่วงปลายปี ลดหย่อนภาษี ไตรมาส 1 ลุ้นแจกเงิน 10,000 บาทของคนอายุ 60 ปี 40,000 ล้านบาท มาตรการคุณสู้ เราช่วยเรื่อแก้หนี้ คาดว่ามีเงินหมุนในระบบทั้งปี 80,0000-100,000 ล้านบาท เงินชาวนา 1,000 บาท ช่วยเกษตรกร เงินหมุนเวียน 40,000 ล้านบาท ก็มองว่าเศรษฐกิจไทยจะโตได้
ฝั่งเอกชนอีกสักหนึ่งที่อย่าง ทิสโก้ มองเศรษฐกิจไทยคาดเติบโต 3.0% แรงหนุนจากรายจ่ายและการลงทุนภาครัฐ - เอกชนที่กลับมา การท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง และนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายขึ้น และ “หุ้น” ยังเป็นสินทรัพย์น่าสนใจลงทุนแม้ผันผวนมากกว่าปี 2567 โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) และกลุ่มสถาบันการเงิน (Financials) รวมถึงตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่เศรษฐกิจเร่งตัวขึ้น
สุดท้าย ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มองว่า มี 4 ปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้คือ
1.การส่งออกสินค้า
2.การท่องเที่ยวจะฟื้นตัว
3.แรงกระตุ้นจากภาครัฐคงจะมีต่อเนื่องถึงประมาณกลางปีหน้า
4.คาดว่า ธปท. จะปรับลดดอกเบี้ยลงถึง 2 ครั้งในปีหน้า
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB